Skip to content

Table of Contents

          ภาวะหมดไฟจากการทำงาน หรือที่ชอบเรียกกันว่า BRUNOUT ไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร แต่เป็นในเรื่องของสภาพจิตใจที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสภาวะสะสมที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังจากการทำงาน จนบางครั้งเกิดอาการเหนื่อยล้าทางด้านอารมณ์ตามไปด้วย เกิดอาการเบื่อหน่ายไม่อยากทำสิ่งใด รู้สึกสูญเสียกำลังใจในการลงมือทำอะไรสักอย่าง มีอาการมองโลกในแง่ลบอยู่ตลอดเวลา ขาดความสุขในการใช้ชีวิต ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงตามไปด้วย ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักจะส่งผลต่อการดำรงชีวิตในระยะยาว บางคนอาจจะก่อให้เกิดโรคซึมเศร้า หรือโรคต่างๆที่เกิดจากสภาวะจิตใจ

          แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครที่กำลังพบเจอกับสภาวะการหมดไฟจากการทำงาน อาการเหล่านี้จะมีความแตกต่างกันออกไปตามแต่ละบุคคล อาจจะขึ้นอยู่ตามเรื่องต่างๆที่พบเจอรวมถึงสภาพแวดล้อมการทำงาน และกำลังใจในการฟื้นฟูสภาพจิตใจแต่บุคคลเหล่านี้จะแสดงอาการออกมาอย่างเดิมซ้ำๆ หากเรากำลังเผชิญกับสภาวะดังกล่าว มักจะส่งผลให้การทำงานของเราผิดปกติไปจากเดิมอย่างที่เคยเป็น หรือประสิทธิภาพจากการทำงานลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรก็ตาม การหมดไฟจากการทำงาน ไม่ได้เกิดขึ้นเองง่ายๆ ที่อยู่ๆก็เป็นขึ้นมาเองโดยไม่รู้ถึงสาเหตุ แต่จะเกิดจากปัญหาต่างๆ ที่แต่ละคนพบเจอซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งสภาวะดังกล่าวจะเป็นปัญหาร้ายที่ตีวงกว้างขึ้นหากเราไม่มีวิธีในการจัดการที่ดี เพราะเมื่อไหร่ที่มันเริ่มแทรกซึมเข้ามาในจิตใจก็จะยิ่งเป็นเรื่องที่ยากที่จะจัดการกับมันได้ง่ายๆ

สัญญาณเตือนภาวะหมดไฟจากการทำงาน

1. ด้านอารมณ์   ทางด้านอารมณ์ คุณจะเริ่มควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ได้ เริ่มเหวี่ยงและเกิดอาการหงุดหงิดได้ง่ายจนก่อให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียดไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือแม้แต่ที่ทำงานปัญหาเหล่านี้จะทำให้ไม่มีสมาธิต่อการทำงานจนส่งผลให้ประสิทธิภาพของงานลดลงตามไปด้วยหรือบางครั้งอาจเกิดอาการเบื่อหน่ายจากการทำงาน ไม่มีความกระตือรือร้นไม่มีไฟต่อการทำงาน 

     2. ด้านทัศนคติ  อาการหมดไฟจากการทำงาน จะส่งผลต่อทางด้านความคิดและเกิดผลกระทบที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะอาการเหล่านี้จะทำให้คนที่กำลังหมดไฟจากการทำงานมีความคิดและทัศนคติในแง่ลบ มองโลกในแง่ลบอยู่ตลอดเวลา เกิดความไม่มั่นใจในศักยภาพการทำงานของตนเองและเมื่อไหร่ที่ต้องเผชิญกับปัญหาก็จะหลีกเลี่ยงการพบเจอปัญหาและไม่สามารถจัดการปัญหาเหล่านั้นได้

     3. ด้านพฤติกรรม  ไม่มีความกระตือรือร้นในงาน หรือนำไปสู่การปลีกตัวออกห่างจากผู้อื่น พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลให้ตัวคุณไม่แคร์ต่อการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น รวมไปถึงการทำงานและการรับผิดชอบต่อการทำงานอื่นๆ เกิดการผัดวันประกันพรุ่ง ขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน ไม่สามารถจัดการเวลาได้อย่างลงตัว ไม่อยากตื่นเช้ามาทำงาน เริ่มมีอาการมาทำงานสาย รวมทั้งไม่มีความสุขในการทำงาน

วิธีรักษาอาการหมดไฟจากการทำงาน

    – หาเวลาคลายเครียดจากการทำงาน ออกไปใช้ชีวิตส่วนตัวกับครอบครัว เพื่อนของตนเอง เพื่อทำในสิ่งที่ตนเองชอบมีความสุข

    – ยอมรับในความแตกต่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับปัญหาใดอยู่เรียนรู้วิธีที่จะรับมือ และมีสติในการจัดการกับปัญหา

    – ลองเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

    – หาที่ปรึกษาหรือคนที่สามารถรับฟังปัญหาเพื่อขอคำแนะนำได้

       – ไม่ควรนำงานมาทำที่บ้านต่อ หรือนำปัญหาสะสมไปที่บ้าน

       – นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์

…อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกๆคนจะสามารถจัดการกับปัญหาที่เจอมาตลอดได้ เพราะในสภาวะหลากหลายปัจจัยที่เราต้องพบเจอ แต่ถ้าหากเรามองให้มันไม่เป็นปัญหาละ แต่ให้เรามองว่ามันคือสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้และสามารถจัดการกับมันได้เพื่อรักษาสมดุลในการใช้ชีวิตที่ไม่จำเป็นที่จะต้องเครียดอยู่ตลอดเวลา ลองปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตในการหลีกเลี่ยงสภาวะความเครียดสะสมที่จะเกิดขึ้น ลองมองหาวิธีการใหม่ๆเพื่อที่จะได้ทำงานอย่างมีความสุขและใช้ชีวิตให้อย่างมีความสุขเช่นกัน…

แบ่งปันบทความดีๆ

Facebook
Twitter
LinkedIn

บทความที่เกี่ยวข้อง

trustvision

PDPA สำหรับ HR

PDPA สำหรับ HR PDPA สำหรับ HR คืออะไร? คำตอบก็คือ.. ฝ่าย HR  เป็นฝ่ายที่มีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลภายในองค์กรเป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นผู้

Read More »

‌HR Competency:
Get ready for the future

‌powered by Trust Vision

สรรหาคนที่ใช่ให้กับองค์กร โดยการ
ประเมินสมรรถนะที่เหมาะสมด้วย
Trust Vision Competency