Skip to content
7 วิธีปรับตัวเมื่อองค์กรของคุณก้าวสู่ Digital Transformation

Table of Contents

เมื่อองค์กรต่างๆ ก้าวไปสู่ความเป็นดิจิทัล สิ่งที่สำคัญ คือต้องปรับตัวให้ทันเพื่อให้สามารถแข่งขันในภาคธุรกิจได้และมีความเกี่ยวข้องอย่างไรในการปรับตัวของคนทำงานเมื่อองค์กรของคุณเข้าสู่ยุคดิจิทัล :

7 วิธีปรับตัวเมื่อองค์กรของคุณก้าวสู่ Digital Transformation

  1. Learn new skills เรียนรู้ทักษะใหม่: อัปเดตตัวเองอยู่เสมอด้วยเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ และเครื่องมือดิจิทัลใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาของคุณ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณติดตามข่าวสารล่าสุดและสามารถมีส่วนร่วมในการก้าวไปสู่ด้านดิจิทัลขององค์กรได้

2. Embrace change ยอมรับการเปลี่ยนแปลง: เปิดรับวิธีการทำงานใหม่ๆ และเต็มใจที่จะลองสิ่งใหม่ๆ การทำให้เป็นดิจิทัลมักต้องมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการและวิธีการทำงาน ดังนั้น การปรับตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก

3. Communicate effectively สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ: ด้วยการทำงานระยะไกลและเสมือนจริงมากขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพผ่านช่องทางดิจิทัล เรียนรู้วิธีใช้เครื่องมือและแพลตฟอร์มการสื่อสารดิจิทัลเพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงาน และติดต่อกับทีมของคุณได้อย่างดีเยี่ยม

4. Collaborate ทำงานร่วมกัน: เมื่อมีการทำงานจากระยะไกลมากขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและทำงานร่วมกับสมาชิกในทีมของคุณ ใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานเป็นทีมและตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกคนเข้าใจตรงกันไม่หลงประเด็น

5. Stay organized จัดระเบียบอยู่เสมอ: ด้วยข้อมูลและสารสนเทศที่มากขึ้นในรูปแบบดิจิทัล สิ่งสำคัญคือต้องจัดระเบียบและติดตามไฟล์และเอกสารสำคัญอยู่เสมอ

6. Be aware of security ตระหนักถึงความปลอดภัย: ด้วยการทำให้เป็นดิจิทัล จำเป็นต้องปกป้องข้อมูลและข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ตระหนักถึงการรักษาความปลอดภัยขององค์กรและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อรับรองความปลอดภัยของข้อมูล

7. Embrace innovation โอบรับนวัตกรรม: การทำให้เป็นดิจิทัลมักจะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ ๆ สำหรับนวัตกรรม ดังนั้นจงเปิดรับแนวคิดใหม่ ๆ และคิดอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับวิธีใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานและบริการขององค์กรของคุณ

โปรดจำไว้ว่าการแปลงเป็นดิจิทัลเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง และสิ่งสำคัญคือต้องปรับตัวอยู่เสมอเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในโลกดิจิทัล และสิ่งที่สำคัญที่คอยขับเคลื่อนให้การเปลี่ยนแปลงเป็นดิจิทัลให้สำเร็จนั้น คือ เทคโนโลยี กับ คน (People)ที่เป็นหัวใจหลัก และต้องมีกรอบความคิดแบบเติบโตที่เรียกว่า Growth Mindset ด้วย

Growth Mindset คืออะไร

          ความคิดแบบเติบโต คือความเชื่อที่ว่าความสามารถและความฉลาดของบุคคลสามารถพัฒนาได้ผ่านความพยายาม การเรียนรู้ และประสบการณ์ คนที่มีความคิดแบบเติบโตเชื่อว่าพวกเขาสามารถปรับปรุงและเติบโตได้ผ่านการทำงานหนักและการอุทิศตน  ตรงข้ามกับการมีความคิดแบบตายตัวซึ่งเชื่อว่าความสามารถและความฉลาดเป็นสิ่งที่ตายตัวและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

          บุคคลที่มีกรอบความคิดแบบเติบโตมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับความท้าทายด้วยทัศนคติเชิงบวกและรับความเสี่ยงเพื่อพัฒนาความสามารถของตน พวกเขายังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวได้มากขึ้นเมื่อเผชิญกับอุปสรรคและความพ่ายแพ้ และสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ดีขึ้น ในทางกลับกัน คนที่มีความคิดตายตัวมักจะหลีกเลี่ยงความท้าทายและอาจยอมแพ้ได้ง่ายเมื่อเผชิญกับอุปสรรค เพราะพวกเขาเชื่อว่าความสามารถของพวกเขาถูกกำหนดไว้แล้วและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

          สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตว่ากรอบความคิดสามารถเปลี่ยนแปลงและปลูกฝังได้ ผู้คนสามารถเรียนรู้ที่จะนำกรอบความคิดแบบเติบโตมาใช้ได้ แม้ว่าโดยธรรมชาติแล้วพวกเขาจะมีกรอบความคิดที่ตายตัวอยู่แล้วก็ตาม

วิธีสร้าง Growth Mindset

การสร้างกรอบความคิดแบบเติบโตเกี่ยวข้องกับการปลูกฝังความเชื่อในความสามารถของตนเองในการเรียนรู้และปรับปรุงผ่านความพยายามและประสบการณ์ ต่อไปนี้เป็นสองสามวิธีในการพัฒนากรอบความคิดเพื่อการเติบโต:

    1. Embrace challenges ยอมรับความท้าทาย: แทนที่จะหลีกเลี่ยงงานหรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก ให้มองว่าเป็นโอกาสในการเติบโตและการเรียนรู้
    2. Learn from mistakes เรียนรู้จากข้อผิดพลาด: แทนที่จะจมอยู่กับความล้มเหลว ให้มองว่ามันเป็นคำติชมที่มีค่าและเป็นโอกาสในการปรับปรุง
    3. Practice persistence ฝึกฝนความพากเพียร: ทำงานต่อไปเพื่อไปสู่เป้าหมาย แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือความพ่ายแพ้
    4. Seek out new experiences ค้นหาประสบการณ์ใหม่: รับความท้าทายใหม่ ๆ และลองสิ่งใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะและความรู้ของคุณ
    5. Surround yourself with supportive people ล้อมรอบตัวเองด้วยผู้คนที่สนับสนุน: ล้อมรอบตัวคุณด้วยผู้คนที่เชื่อมั่นในตัวคุณและสนับสนุนให้คุณเติบโต
    6. Be open-minded เปิดใจ: เปิดรับแนวคิดและมุมมองใหม่ๆ และเต็มใจที่จะเปลี่ยนความคิดของคุณเมื่อได้รับหลักฐานใหม่ๆ
    7. Reflect on your progress ทบทวนความคืบหน้าของคุณ: ใช้เวลาทบทวนความคืบหน้าและเฉลิมฉลองความสำเร็จของคุณ

โปรดจำไว้ว่าการพัฒนากรอบความคิดเพื่อการเติบโตต้องใช้เวลาและการฝึกฝน ด้วยความพยายามอย่างต่อเนื่อง คุณจะสามารถเรียนรู้ที่จะรับมือกับความท้าทายด้วยทัศนคติที่เป็นบวกและยืดหยุ่นมากขึ้น และเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องพัฒนาควบคู่ไปกับเทคโนโลยีด้วยนั่นเอง

สามารถอ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมาย PDPA ของ HR และหลักการ Competency  

ของทางทีม Trust – Vision เพียง  คลิ๊ก!!!

แบ่งปันบทความดีๆ

Facebook
Twitter
LinkedIn

บทความที่เกี่ยวข้อง

Communication Skill
trustvision

Communication Skill ทักษะการสื่อสารที่ผู้นำทุกคนควรมี

          Communication Skill ทักษะการสื่อสารที่ดีในปัจจุบันมีความสำคัญเป็นอย่างมากทั้งในโลกธุรกิจและในชีวิตส่วนตัวการสื่อสารที่ประสบความสำเร็จจะช่วยให้เราเข้าใจผู้คนและสถานการณ์นั้นได้ดีมากยิ่งขึ้น และยังช่วยให้เราเอาชนะในความหลากหลายของบุคคลสามารถสร้างความไว้วางใจและความเคารพ และสร้างเงื่อนไขสำหรับการแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหา  

Read More »
trustvision

พัฒนาองค์กรไปพร้อมกับการพัฒนาบุคลากร

พัฒนาองค์กรไปพร้อมกับการพัฒนาบุคลากร  “พัฒนาองค์กรไปพร้อมกับการพัฒนาบุคลากร” ต้องปฏิบัติอย่างไร? การบริหารในยุคปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลเป็นอย่างมาก องค์กรที่มีทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพย่อมเป็นสิ่งที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางด้านธุรกิจ การพัฒนาคนในองค์กร มีความแตกต่างกันออกไปตามรูปแบบโครงสร้างในการจัดการของแต่ละที่ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการจัดการหรือแม้แต่การทำงานเองก็ตาม สิ่งเหล่านี้เองจึงเป็นจุดเด่นของการทำธุรกิจในปัจจุบันเพราะไม่มีมีรูปแบบการตายตัว เพราะแต่ละองค์กรจะต้องมีการพัฒนาบุคลากรของตนเองอยู่เสมอเพื่อรองรับรองงานที่มีการเปลี่ยนแปลงบางคนต้องทำงานเพิ่มมากขึ้นหรือว่าสร้างทักษะใหม่ๆในการทำงานด้านอื่นๆด้วยนี่เองคือความสำคัญอย่างมาก  

Read More »